<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอเลี้ยบ&#039;เตือนโควิดระลอก3รัฐบาลอย่าสับสนประชาชนอย่าตื่นกลัว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.64-นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี สมาชิกกลุ่มแคร์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า เรื่อง โควิด ระลอก 3? : รัฐบาลอย่าสับสน ประชาชนอย่าตื่นกลัว ระบุว่า คำเตือน : เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
&amp;nbsp;1. โควิด-19 อยู่กับมนุษย์มากว่า 16 เดือนแล้ว แม้เรารู้จักโควิดมากขึ้น แต่โควิดมีความคืบหน้าใหม่ๆให้ประหลาดใจอย่างไม่หยุดยั้ง 2. มนุษย์ค่อยๆลองผิดลองถูก จนถึงวันนี้ ไม่มีใครข้องใจอีกแล้วว่า &amp;ldquo;การใส่หน้ากาก ล้างมือ รักษาระยะห่าง&amp;rdquo; เป็นกฎพื้นฐานที่ละเมิดไม่ได้ 3 แม้วันนี้มีวัคซีนโควิดหลากหลายยี่ห้อ แต่ไม่มียี่ห้อไหนป้องกันโควิดได้ 100% มีแต่บอกได้ว่าทำให้ไม่ป่วยหนักและไม่ตาย 4. ประเทศที่ฉีดวัคซีนมากแล้ว ก็ยังต้องเน้นการป้องกันโรคส่วนบุคคล จึงสามารถควบคุมโรคได้ เช่น อิสราเอล และอังกฤษ 5. ประเทศที่ฉีดวัคซีนมากแล้ว แต่ประมาท ละเลยการป้องกันส่วนบุคคล กลับมีการระบาดใหม่ที่รุนแรงอีกครั้ง เช่น ชิลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ดังนั้น วัคซีนจึงเป็นเพียงอีกตัวช่วยหนึ่งในการกด curve ให้ต่ำลง ไม่ใช่เป็นมาตรการที่ทดแทนกฎพื้นฐานเดิมได้&amp;nbsp;
7. การฉีดวัคซีนจึงไม่ใช่การสิ้นสุด &amp;ldquo;การใส่หน้ากาก ล้างมือ รักษาระยะห่าง&amp;rdquo; และการไม่ฉีดวัคซีนหรือไม่มีวัคซีนฉีด ก็ ไม่ใช่ความสิ้นหวังเหมือนโลกกำลังจะแตกดับ 8. ตรงกันข้าม การฉีดวัคซีนอาจทำให้เกิดความประมาท แพทย์พยาบาลในบางประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้ว แต่ไม่ระมัดระวัง หย่อนวินัยในการป้องกัน กลับติดโควิดมากขึ้น 9. อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเสี่ยงทั้งจากการทำงานดูแลผู้ป่วย การประกอบธุรกิจบริการ และผู้มีโรคประจำตัว ยังต้องเดินหน้าต่อไป ควบคู่กับการกำชับเรื่องการป้องกันส่วนบุคคล 10. ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนที่มีมากขึ้นทุกวัน ชี้ให้เห็นว่า การจำกัดวัคซีนเพียง 2 ยี่ห้อ เป็นนโยบายที่ผิดพลาด เพราะวัคซีนยี่ห้อต่างๆมีทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง ยิ่งมีการกลายพันธุ์ของโควิด ยิ่งทำให้เราต้องมีทางเลือกมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. รัฐมีหน้าที่แสวงหาวัคซีนอย่างสุดความสามารถ การรอคอยให้ผู้ผลิตมาขึ้นทะเบียนก็ดี การขอให้เอกชนทำหน้าที่แทนก็ดี หรือการอ้างว่าวัคซีนขึ้นทะเบียนฉุกเฉินมีข้อจำกัดในการฉีดก็ดี แสดงให้เห็นว่า ผู้รับผิดชอบไม่ได้ติดตามสถานการณ์ของวัคซีนอย่างใกล้ชิด และทำงานเชิงรับมากกว่าเชิงรุก 12.ในขณะเดียวกัน การประโคมข่าวว่า การระบาดระลอก 3 ? อาจรุนแรงขึ้น 170 เท่า เป็นการสร้างความหวาดกลัวเกินจริง ไม่มีหลักฐานใดๆทางระบาดวิทยา 13. นอกจากการบอกประชาชนว่า การระบาดของสายพันธุ์อังกฤษง่ายกว่าเดิม 1.7 เท่าแล้ว ควรบอกด้วยว่า อัตราตายของสายพันธุ์อังกฤษลดลงจากสายพันธุ์เดิมกว่า 4 เท่าด้วย แม้มีข้อมูลว่า อัตราตายสูงขึ้นจาก 6 คนใน 1,000 คน เป็น 9 คนใน 1,000 คน แต่นั่นเป็นในกลุ่มผู้สูงอายุ ส่วนคนวัยทำงานจำนวนมากแทบไม่มีอาการ และอัตราตายน้อยลงมาก ดังนั้น จึงควรเตือนให้ระมัดระวังในกลุ่มผู้สูงอายุ แต่ไม่สร้างความตื่นตระหนกเกินจริงในกลุ่มคนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14. มาตรการในปีนี้น้อยกว่าปีที่แล้ว 10 เท่า ไม่ได้หมายความว่า การติดโรคจะเพิ่มขึ้น 10 เท่า เพราะมาตรการเดิมเป็นการ &amp;ldquo;ขี่ช้างจับตั๊กแตน&amp;rdquo; เช่น การปิดเมืองอย่างเหวี่ยงแห ปิดเมืองนานเกินไป ปิดกระทั่งธุรกิจที่ความเสี่ยงต่ำ การประกาศเคอร์ฟิว การประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินฯลฯ เหล่านี้ไม่ใช่มาตรการที่ได้ผลในการควบคุมโรค แต่เป็นมาตรการที่เกิดจาก &amp;ldquo;ความไม่รู้&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;การสร้างกระแสความกลัว&amp;rdquo; 15. ดังนั้น รัฐบาลและผู้รับผิดชอบต้องมีสติ ไม่สับสน รู้ว่ามาตรการไหนได้ผลจริงหรือไม่ได้ผลจริง ขณะเดียวกันก็เตรียมจัดระบบการตรวจหาเชื้อ การรองรับผู้ป่วย และการเร่งหาวัคซีนเพื่อพร้อมรับมือในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด แต่ที่สำคัญคือ ต้องไม่สร้างความหวาดกลัวเกินจริงในหมู่ประชาชน 16. ส่วนประชาชนต้องมีสติ พิจารณาเรื่องโควิดอย่างรู้เท่าทัน ไม่ตื่นกลัวแต่ไม่ประมาท และป้องกันส่วนบุคคล ทั้ง &amp;ldquo;ใส่หน้ากาก ล้างมือ รักษาระยะห่าง&amp;rdquo; อย่างจริงจัง ผมมั่นใจว่า ถึงยังไม่ได้ฉีดวัคซีน เราก็ป้องกันโควิดได้ 100 % ด้วยตัวเราเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98948</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุรพงษ์  สืบวงศ์ลี, รัฐบาล, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_607021b33b1da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ธรรมดา &#039;แคร์&#039; เปิดตัวคึกคัก  &#039;อ้วน-มิ้ง-เลี้ยบ&#039; มาครบ &#039;คำผกา&#039; อ่านคำประกาศอย่างกับนิยาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย. 63 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.09 น ว้อยซ์สเปซ ตัวแทนกลุ่มแคร์ ที่เป็นสมาชิกเริ่มต้น อาทิ นายดวงฤทธิ์ บุนนาค นางวีรพร นิติประภา น.ส.ลักขณา ปันวิชัย นายศุภวุฒิ &amp;nbsp;สายเชื้อ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช น.ส.รัสรินทร์ &amp;nbsp;ชินโชติธีรานันท์ นายภูมิธรรม เวชชยชัย และ นพ.สุรพงษ์ &amp;nbsp;สืบวงศ์ลี ร่วมเปิดตัวกลุ่มอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ลักขณา เป็นตัวแทนอ่านคำประกาศเจตนารมณ์ ว่า ไม่มีครั้งใดที่โลกจะเรียกร้องประชากรของมันมากเท่ากับวันนี้ วันที่โลกทั้งใบต้องเผชิญกับวิกฤติโควิดไนน์ทีน ซึ่งส่งผลกระทบที่ลึกร้าวยาวนาน อัตคัตสาหัส แผ่ขยายเป็นวงกว้างกว่าทุกครั้งที่มนุษยชาติเคยเผชิญ และซ้ำร้ายยังเกิดในห้วงเวลาที่ประเทศไทยตกต่ำ อ่อนแอในแทบทุกมิติอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในประวัติศาสตร์ คำถามใหญ่ในสังคมไทยวันนี้ คือประเทศไทยเราจะก้าวเดินต่อไปอย่างไรกัน เพราะวันนี้ ประเทศไทยเหมือนตกอยู่ในกับดักที่ไร้ทางออก ทุกปัญหาโยงใยกันไปหมดทั้งการเมือง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต การศึกษา การเกษตร สุขภาพ สังคม และความเหลื่อมล้ำ ทั้งหมดทั้งปวงล้วนส่งผลกระทบต่อความหวังของประชาชน แล้วเราจะฟื้นคืนความหวังให้กลับมาได้อย่างไร เราทราบดีว่า การตอบคำถามใหญ่เช่นนี้ ไม่ง่ายเลย แต่เราเชื่อว่า หัวใจสำคัญ ในการตอบคำถามใหญ่นี้ อยู่ที่คำเล็กๆ 3 คำคือ คิด-เคลื่อน-ไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิด คือการรุกระดมทุกมันสมอง ผนึกทุก &amp;rdquo;ความคิด&amp;rdquo; มาช่วยกันหาทางออกของปัญหาต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์. เคลื่อน คือสร้างเครือข่ายให้ทุกคน ในทุกภาคส่วน เข้ามาร่วมกัน &amp;ldquo;เคลื่อน&amp;rdquo; และขับดันให้เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สุขภาพ และศิลปวัฒนธรรม สามารถฟื้นฟูและพัฒนา เพื่อรับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย ไทย ประเทศอันเป็นที่รักของเรา ก็จะกลับมาเป็นประเทศที่ทุกผู้คนมีความหวัง มีสิทธิและศักดิ์ศรี มีเสรีภาพในการแสดงออก ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศ เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง กลุ่ม C-A-R-E ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยเจตนารมณ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคร์ คือกลุ่มคนจากหลากหลายวงการ หลากหลายสาขาวิชาชีพ หลากหลายประสบการณ์และหลากหลายวัย ที่ &amp;ldquo;ห่วงใย&amp;rdquo; ต่ออนาคตของประเทศนี้ เราจะระดมคลังสมอง ขยายเครือข่าย เปิดพื้นที่สร้างความร่วมมือใหม่ให้ทุกคนมาร่วมกัน &amp;ldquo;คิด-เคลื่อน-ไทย&amp;rdquo; เพื่อสร้างความเป็นไปได้นับล้านๆ ในการขับเคลื่อนประเทศอันเต็มไปด้วยศักยภาพของเรา ให้สามารถกลับไปหยัดยืนสง่างาม มีศักดิ์ศรี เคียงข้างอารยะประเทศอีกครั้ง ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ถ้าคุณ C-A-R-E ให้เรามา คิด-เคลื่อน-ไทย ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.พรหมมินทร์ กล่าวว่า เราเริ่มต้นจากการเห็นปัญหาของประเทศ แล้วรวมตัวคนจากคนหลายๆคนเข้ามา ขณะนี้เรามีสมาชิกอยู่ 30-40 ท่านแล้ว เราเริ่มต้นจากความคิดที่เป็นบวก เริ่มต้นจากความสร้างสรรค์ มากกว่าการทำลาย เน้นหาคำตอบ และหาทางออกให้กับประเทศ ต้องเป็นสิ่งที่ทำได้ ไม่เพ้อฝัน และต้องสานฝันให้เป็นจริง เมื่อครั้งเราเป็นรัฐบาล เราถูกสบประมาท และดูถูกเรื่องการเอาเงินงบประมาณมาจากไหน แต่เราก็ทำสำเร็จมาแล้ว เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูมิธรรม กล่าวว่า พวกเรายึดมั่นในประชาชน และพลังพลเมือง เราเชื่อว่าจะสะท้อนความต้องการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ที่ผ่านมาสังคมไทยฟังเสียงประชาชนน้อยเกินไปการเกิดกลุ่มนี้เพื่อหวังว่าจะเป็นพื้นที่แสดงออกและร่วมทำสิ่งดีดีให้เกิดขึ้นในสังคม นับจากวันนี้เราเริ่มต้นก้าวเดิน และเคลื่อนไปทุกที่ที่ประชาชนอยู่ไปหาประชาชนทุกกลุ่มเพื่อดึงความร่วมมือทุกคนมาช่วยกันคิดช่วยกันขับเคลื่อนสังคมไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัสรินทร์ กล่าวว่า ด้วยแพสชั่นที่อยากเห็นภาคเกษตรของไทยได้รับการพัฒนา เกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีเหมือนญี่ปุ่นการใช้นวัตกรรมไปแก้ปัญหาให้กับภาคการเกษตร ด้วยความที่เกิดและโตจากต่างจังหวัด เห็นชีวิตความเป็นอยู่แบบเด็กบ้านนอก ได้มีโอกาสทำงานกับทีมญี่ปุ่น และได้เรียนต่อด้วยทุนของรัฐบาลญี่ปุ่น เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตทำให้เห็นว่าโอกาสสามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้ เราไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย ไม่ได้เป็นคนจากตระกูลดัง แต่ด้วยโอกาสที่ได้รับ ที่ได้ทำสิ่งที่รัก ได้โอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ และทำให้เราอยากให้ทุกคนมีโอกาสเพราะมันเป็นการสร้างสังคมที่ดีกว่า แคร์เกษตรกรเพราะพื้นฐานหลักในประเทศ เป็นผู้ผลิตอาหาร แคร์โอกาสที่เท่าเทียม แคร์การสร้างการเปลี่ยนแปลงสำหรับเกษตรกร เชื่อว่าความจริงใจและความร่วมมือจากบุคลากรที่หลากหลายจะเป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงและโอกาสแบบใหม่ให้กับประเทศได้ เชื่อในการลงมือทำจากจุดเล็กๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดวงฤทธ์ กล่าวว่า เชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย กระบวนการคิด และความคิดของคนไทยนี่เองที่จะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศได้ ตนจึงเข้ามาร่วมกลุ่มแคร์ และเชื่อว่า เราจะสามารถระดมความคิด เพื่อ ร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มแคร์ยังได้เปิดตัว www.care.or.th เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ติดต่อสื่อสาร และชักชวนผู้ที่สนใจเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68966</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มแคร์, การเมือง, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นพ.สุรพงษ์  สืบวงศ์ลี, ภูมิธรรม, ลักขณา ปันวิชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5ee9d398ce7c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
